ข้อมูลทั่วไป ณ กันยายน 2569
ซื้อคอนโดในไทยสำหรับชาวต่างชาติ
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนวางเงินจอง: ซื้ออะไรได้ เงินต้องมาทางไหน และวันโอนต้องเตรียมอะไร
ดูห้องที่ประกาศว่าอยู่ในโควตาต่างชาติซื้ออะไรได้บ้าง
- ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดคอนโดมีเนียมได้ ตราบใดที่สัดส่วนที่ชาวต่างชาติถือในอาคารนั้นรวมกันไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด (พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 ทวิ)
- ห้องที่ประกาศว่าอยู่ใน “โควตาต่างชาติ” คือห้องที่ผู้ขายแจ้งว่าโอนให้ชาวต่างชาติได้ ควรขอหนังสือรับรองจากนิติบุคคลอาคารชุดยืนยันว่าโควตายังเหลืออยู่จริงก่อนวางเงิน
- ที่ดินโดยทั่วไปชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ไม่ได้ (ประมวลกฎหมายที่ดิน) บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์จึงมักทำเป็นการเช่าระยะยาว ซึ่งจดทะเบียนได้คราวละไม่เกิน 30 ปี (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 540) ส่วนสัญญาต่ออายุเป็นข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา ไม่ใช่สิทธิ์ที่กฎหมายรับรองให้
เงินต้องมาจากต่างประเทศ
- เงินค่าห้องต้องโอนเข้ามาจากต่างประเทศเป็นเงินสกุลต่างประเทศ แล้วธนาคารในไทยแลกเป็นบาท
- ธนาคารจะออกเอกสารยืนยันการโอนเงินเข้าประเทศ (Foreign Exchange Transaction Form หรือหนังสือรับรองจากธนาคาร) ซึ่งสำนักงานที่ดินใช้ประกอบการจดทะเบียนโอน ควรระบุวัตถุประสงค์ว่าเพื่อซื้อห้องชุด และเก็บเอกสารนี้ไว้
- โอนแบ่งหลายครั้งได้ แต่ต้องมีเอกสารของทุกครั้ง
ค่าใช้จ่ายวันโอน
- ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมินของกรมที่ดิน
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ถ้าผู้ขายถือครองไม่ถึง 5 ปี มิฉะนั้นเป็นอากรแสตมป์ 0.5%
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย
- ใครจ่ายส่วนไหน ตกลงกันได้ในสัญญา ควรเขียนให้ชัดก่อนวางเงินมัดจำ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือเดินทาง
- เอกสารยืนยันการโอนเงินเข้าประเทศจากธนาคาร
- หนังสือรับรองสัดส่วนการถือครองของชาวต่างชาติ และหนังสือปลอดหนี้ค่าส่วนกลาง จากนิติบุคคลอาคารชุด
- สัญญาจะซื้อจะขาย
ก่อนตัดสินใจ
- ตรวจหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) ว่าชื่อผู้ขายตรงกับคนที่คุยด้วย และไม่มีภาระจำนอง
- การเป็นเจ้าของห้องชุดไม่ได้ทำให้ได้วีซ่าหรือสิทธิ์ทำงานในไทย
- ราคาบนเว็บนี้คือราคาที่ประกาศ ไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายจริง
หน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎและอัตราเปลี่ยนได้ ก่อนซื้อจริงควรตรวจสอบกับทนายความหรือสำนักงานที่ดิน
